ข้อตกลงและเงื่อนไขของบริการ ME อิเล็กทรอนิกส์ แบงก์กิ้ง

  1. เงื่อนไขสำหรับการใช้ระบบให้บริการ
    1. การเข้าสู่ระบบให้บริการ ผู้ใช้บริการจะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารที่ธนาคารกำหนด เพื่อการเชื่อมต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต หากผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบให้บริการ ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารเช่นสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ต หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรืออินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ที่ไม่ได้มีการป้องกันซอฟต์แวร์ไวรัสหรือโทรจันอย่างเหมาะสม หรือใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งมีระดับความปลอดภัยต่ำ ผู้ใช้บริการจะต้องยินยอมรับความเสี่ยงภัยและความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้นเอง ทั้งนี้ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบจัดหา ติดตั้ง ดูแลอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นแก่การเข้าใช้ระบบให้บริการ รวมทั้งการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ตลอดจนค่าบริการที่ต้องชำระแก่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือช่องทางสื่อสารที่เกี่ยวข้อง
    2. ผู้ใช้บริการไม่ควรละทิ้งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารที่ใช้งานในระหว่างที่ต่อเข้าระบบบริการ และควรปิดหรือออกจากระบบบริการเมื่อเสร็จสิ้นการใช้บริการ
    3. ธุรกรรมใดๆ ก็ตาม ซึ่งรวมไปถึงการโอนเงิน การชำระเงิน เติมเงิน การเปิดบัญชี การผูกเพิ่มหรือลดบัญชีใดๆ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ภายใต้ระบบให้บริการนั้น หากกระทำโดยมีการใส่ชื่อผู้ใช้งาน (Username) / รหัสผ่าน (Password) อย่างถูกต้อง ให้ถือว่าเป็นการสั่งทำธุรกรรมโดยตัวผู้ใช้บริการเอง ผู้ใช้บริการรับทราบและยอมรับว่าธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเข้าใช้งานในลักษณะดังกล่าว
    4. ผู้ใช้บริการจะต้องเก็บรักษาชื่อผู้ใช้งาน (Username) และ รหัสผ่าน (Password) ไว้เป็นความลับเฉพาะตัวของผู้ใช้บริการเท่านั้น ในกรณีที่เกิดการสูญหาย หรือลืมรหัสดังกล่าว ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อธนาคารที่ ME Call Center 02-502-0000
    5. เมื่อผู้ใช้บริการโอนเงิน ชำระเงิน หรือเติมเงิน ผู้ใช้บริการจะสามารถบันทึกหลักฐานการทำธุรกรรมลงสู่คอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ที่ใช้เมื่อเสร็จสิ้นการทำธุรกรรม หรือสามารถจัดพิมพ์หากอุปกรณ์ดังกล่าวรองรับการทำงานกับเครื่องพิมพ์ และสามารถเรียกดูข้อมูลการทำธุรกรรมย้อนหลังเพื่อทำการบันทึกหลักฐานการทำธุรกรรมอีกครั้งได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการบันทึกไว้เป็นหลักฐานมีความแตกต่างจากข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบของธนาคาร ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบของธนาคารเป็นที่สิ้นสุด
  2. ความปลอดภัยในการใช้บริการ

    ผู้ใช้บริการรับทราบและยอมรับว่าการติดต่อทำธุรกรรมทางระบบให้บริการ มีทั้งความเสี่ยงและความปลอดภัยในระดับหนึ่งเกี่ยวเนื่องจากการเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านระบบที่ผู้ใช้บริการใช้ติดต่อเข้าสู่ระบบบริการ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการ ธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดหรือปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ/หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และ/หรือ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ และ/หรือ ระบบโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการ

  3. เครื่องมือการทำธุรกรรม

    ผู้ใช้บริการจะต้องเลือกชื่อและรหัสผ่าน ที่จะใช้เพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าสู่ระบบให้บริการ นอกจากนี้ธนาคารอาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทดสอบความถูกต้องแท้จริงของผู้ใช้บริการ ธนาคารขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงระบบภายใน ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการต้องเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการทำธุรกรรมในการเข้าระบบให้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า และเมื่อธนาคารดำเนินการดังกล่าว ผู้ใช้บริการจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการทำธุรกรรมในการเข้าระบบให้บริการในครั้งต่อไป ผู้ใช้บริการต้องเก็บรักษาเครื่องมือการทำธุรกรรมเป็นความลับ และดูแลไม่ให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอกอื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ใช้บริการยอมรับให้ธนาคารดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับผ่านระบบให้บริการที่มีการใช้เครื่องมือการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้การใช้เครื่องมือการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการมีผลผูกพันตามกฎหมายเสมือนการลงลายมือชื่อทำธุรกรรมดังกล่าว หากบุคคลที่ผู้ใช้บริการให้สิทธิ์ใช้เครื่องมือการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการกระทำการเกินขอบเขตอำนาจก็ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการ หากผู้ใช้บริการเห็นว่าเครื่องมือการทำธุรกรรมของตนถูกขโมยหรือมีการใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ รวมทั้งแต่ไม่จำกัดเฉพาะการถูกเจาะข้อมูล ฯลฯ ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้ธนาคารทราบทันที ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่ระบบให้บริการหรือบัญชี หากธนาคารเห็นว่าเครื่องมือการทำธุรกรรมนั้นล่วงรู้ถึงบุคคลอื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีการใช้หรืออาจมีการใช้เครื่องมือการทำธุรกรรมโดยผู้ไม่มีสิทธิ์ ผู้ใช้บริการควรเปลี่ยนเครื่องมือการทำธุรกรรมทันที ถ้าสงสัยว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูล

  4. ข้อจำกัดการทำธุรกรรม
    1. ธนาคารมีสิทธิ์โอนหรือถอนเงินจากบัญชีตามคำสั่งที่ได้รับในระบบให้บริการ ทั้งนี้ธนาคารอาจกำหนดจำนวนครั้งที่ผู้ใช้บริการจะสามารถส่งคำสั่งโอนหรือถอนเงินทางระบบให้บริการก็ได้
    2. ธนาคารมีสิทธิ์จำกัดจำนวนครั้งและจำนวนเงินที่จะทำธุรกรรมทางระบบให้บริการ หรือไม่ทำธุรกรรมด้วยการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากบางบัญชี โดยธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการโอนเงินตามคำสั่งครั้งใด เว้นแต่คำสั่งทำธุรกรรมนั้นจะขัดต่อข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้หรือกฎหมาย
    3. ในการทำธุรกรรมใดๆ ที่จะมีการส่งข้อความ SMS เป็นส่วนประกอบธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการส่ง OTP (One-Time Password) การแจ้งเตือน หรือข้อความใดๆ ที่ธนาคารส่งให้ผู้ใช้บริการอันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้บริการ ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะส่งข้อความดังกล่าวไปยังหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนและใช้งานในประเทศไทยเท่านั้น
    4. ในกรณีที่มีการใช้รหัสผ่าน (Password) ผิดเกินกว่าจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะทำการระงับการให้ บริการทันที หากผู้ใช้บริการต้องการใช้บริการต่อไป ให้ติดต่อขอรหัสผ่านชั่วคราวกับธนาคาร
    5. ในกรณีที่มีการใส่รหัส OTP (One-Time Password) ผิดเกินกว่าจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะทำการระงับการให้บริการทันทีและผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อขอปลดล็อค OTP กับธนาคาร
  5. การโอนเงิน/ชำระเงิน
    1. ผู้ใช้บริการอาจใช้ระบบให้บริการทำรายการโอนเงิน/ชำระเงินตามวันและเวลาที่เปิดให้บริการ รวมทั้งเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
    2. ผู้ใช้บริการอาจดำเนินการโอนเงิน/ชำระเงินในจำนวนครั้งมากเท่าใดก็ได้ ณ วันหนึ่งวันใดตามที่ต้องการ โดยมีจำนวนครั้งและจำนวนเงินรวมสูงสุดต่อวันไม่เกินจำนวนที่ธนาคารกำหนด
    3. ธนาคารมีสิทธิ์ (แต่ไม่ถือเป็นหน้าที่) ที่จะปฏิบัติตามคำสั่งที่ธนาคารได้รับทางระบบให้บริการ ซึ่งธนาคารเชื่อโดยสุจริตว่าผู้ใช้บริการเป็นผู้ส่งคำสั่ง หรือเป็นการส่งคำสั่งแทนผู้ใช้บริการ ธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในการให้บริการที่ถูกต้องตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ใช้บริการผ่านระบบให้บริการ ทั้งนี้ ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ดำเนินการตามคำสั่งโอนเงินในกรณีดังต่อไปนี้
      1. กรณีที่จำนวนเงินในบัญชีไม่เพียงพอ หรือ
      2. ธนาคารรับทราบว่าเป็นการทำธุรกรรม อันเกี่ยวข้องกับหรือได้ตกเป็นข้อพิพาทอยู่ในระหว่างดำเนินการทางศาล หรือ
      3. กรณีที่ธนาคารได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการได้ทราบถึงข้อขัดข้องในการดำเนินงานของธนาคาร ก่อนหรือในขณะที่มีการทำ รายการ หรือ
      4. ผู้ใช้บริการปฎิบัติผิดเงื่อนไข
  6. บริการผลิตภัณฑ์ หรือรูปลักษณ์ใหม่

    ธนาคารอาจเสนอบริการ ผลิตภัณฑ์ หรือรูปลักษณ์ใหม่ๆ ในระบบให้บริการ หรือแก้ไข หรือลบลักษณะที่มีอยู่ในระบบให้บริการ ซึ่งธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด และการใช้บริการ ผลิตภัณฑ์หรือรูปลักษณ์ที่ปรับปรุงใหม่ หรือเพิ่มในระบบให้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงยอมรับผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ หรือที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยเฉพาะสำหรับบริการ ผลิตภัณฑ์ หรือรูปลักษณ์ใหม่นั้น

  7. การรับประกันและการชดใช้ค่าเสียหาย
    1. ผู้ใช้บริการรับรองและรับประกันว่า
      1. ผู้ใช้บริการได้รับความยินยอม อำนาจและการมอบหมายที่จำเป็นที่จะสมัครเข้าใช้ระบบให้บริการ
      2. บรรดาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการแจ้งไว้ต่อธนาคารหรือผ่านระบบให้บริการทั้งหมด เป็นความจริงถูกต้อง ซึ่งผู้ใช้บริการจะมีหนังสือแจ้งให้ธนาคารทราบทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง
      3. การกระทำใดๆ ของธนาคารตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ จะมีผลแต่เฉพาะกับบัญชี และเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการทั้งสิ้น
      4. ผู้ใช้บริการรับรองและยอมรับผลแห่งการกระทำทั้งหมดที่ธนาคารได้ดำเนินการ หรือทำให้เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับระบบให้บริการตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ
    2. ในกรณีที่ธนาคารมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งระงับการโอนเงิน/อายัดเครื่องมือโอนเงินซึ่งผู้ใช้บริการได้ขอไว้ตามเวลาที่กำหนด และต่อมาเกิดรายการโอน/ชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ทั้งนี้ธนาคารจะถือช่วงวัน/เวลาที่ผู้ใช้บริการได้มีการแจ้งกับธนาคารเป็นจุดเริ่มต้นการนับเวลา หากมีรายการโอนเงินเกิดขึ้นภายหลังจากนั้น ธนาคารฯ จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ใช้บริการ
    3. ธนาคารจะไม่ดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายสำหรับรายการโอนเงินที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนที่ธนาคารจะได้รับการขอแจ้งระงับบริการจากผู้ใช้บริการ รวมถึงกรณีเกิดการโอน/ชำระเงินอันมีเหตุจากเครื่องมือโอนเงินสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ใช้บริการรับผิดตามจำนวนเงินโอนที่เกิดก่อนธนาคารจะดำเนินการอายัด หรือระงับการใช้เครื่องมือหรือโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้าแล้ว
  8. การไม่รับประกัน
    1. ธนาคารไม่รับรอง หรือรับประกัน (ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม) ในกรณีต่อไปนี้
      1. การเข้าสู่ระบบให้บริการไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด ข้อมูล เนื้อหา และ/หรือการทำงานในระบบให้บริการ จะสามารถใช้บริการได้ตลอดเวลาโดยไม่ขัดข้อง ตรงเวลา ปลอดภัย และไม่ผิดพลาด
      2. ปลอดจากไวรัส หรือจะไม่ก่อความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการ อันเนื่องจากการเชื่อมต่อระบบให้บริการ (ถ้ามี)
      3. กรณีเครื่องมือการโอนสูญหาย หรือถูกลักลอบขโมย เนื่องจากธนาคารไม่มีนโยบายการส่งรหัสประจำตัวและรหัสเข้าใช้งานผ่านบริการใดๆนอกเหนือไปจากข้อมูลซึ่งผู้ใช้บริการได้เป็นผู้กรอกเองในขั้นตอนการสมัคร และข้อมูลซึ่งธนาคารได้มอบให้จากการสมัครบริการที่สาขา และตู้เอทีเอ็มของธนาคารรวมถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขที่ผู้ใช้บริการได้ให้ไว้กับธนาคารเอง ธนาคารถือว่าผู้ใช้บริการได้รับเครื่องมือการทำธุรกรรมด้วยตนเองจากธนาคารโดยตรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
      4. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งไว้กับธนาคารสำหรับการใช้บริการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ผู้ใช้บริการต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกดังกล่าวให้ธนาคารทราบทันที หากผู้ใช้บริการไม่แจ้งให้ธนาคารทราบ ผู้ใช้บริการยอมรับว่าธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆที่ผู้ใช้บริการได้รับจากการทำธุรกรรมผ่านหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว
    2. กรณีมีการดาวน์โหลดข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จะเป็นความรับผิดชอบและความเสี่ยงภัยของผู้ใช้บริการต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือการสูญหายของข้อมูล เนื่องจากการดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าว
    3. ธนาคารไม่รับประกันหรือรับรองความสมบูรณ์ ถูกต้อง หรือความเชื่อถือได้ หรือผลลัพธ์ของการใช้ หรือประการอื่นใดเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่ในระบบให้บริการ หรือเว็บไซต์ที่ต่อเชื่อมกับระบบให้บริการ ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการร้องขอ ธนาคารสงวนสิทธิ์ทำการสอบสวน ตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นย้อนหลังไม่เกิน 3 (สาม) เดือนตามขั้นตอนของธนาคาร และในกรณีที่มีประเด็นขัดแย้งหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่ดำเนินการโดยใช้ระบบให้บริการ ธนาคารจะให้ความร่วมมือแก่ผู้ใช้บริการในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยยุติข้อพิพาทดังกล่าว
  9. ความรับผิดกรณีที่มีการเข้าระบบให้บริการหรือบัญชีโดยไม่มีสิทธิ์

    กรณีผู้ใช้บริการใช้เครื่องมือการทำธุรกรรม ทำธุรกรรมใดๆ ผ่านระบบให้บริการในแต่ละครั้ง ผู้ใช้บริการรับรองว่าเป็นการกระทำโดยผู้ใช้บริการเอง ธนาคารมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามคำสั่งที่ใช้เครื่องมือการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการยอมรับผูกพันรับผิดชอบในธุรกรรมดังกล่าว เสมือนกับมีการลงลายมือชื่อของผู้ใช้บริการมอบหมายให้ทำธุรกรรมดังกล่าว

    หากธนาคารไม่ดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับดังกล่าวภายในเวลา หรือตามจำนวนเงินที่ระบุในคำสั่ง ธนาคารจะรับผิดชอบในความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ ตามความเสียหายที่แท้จริง แต่ธนาคารจะไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า หรือความบกพร่องที่เกิดแก่ความสมบูรณ์ของธุรกรรมดังกล่าว ในกรณีต่อไปนี้

    • มีเงินในบัญชีไม่พอสำหรับธุรกรรมโอนเงิน
    • ระบบให้บริการ อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือซอฟต์แวร์ ทำงานไม่สมบูรณ์ ในเวลาที่ทำธุรกรรม
    • กรณีที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้ธนาคารไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งให้ได้ เช่น เหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย อุทกภัย การกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐ ผู้ก่อการร้าย สงครามกลางเมือง การจลาจล การปฏิวัติ รัฐประหาร การนัดหยุดงาน การขาดแคลนพลังงาน การหยุดชะงักหรือการแทรกแซงของกำลังส่งไฟฟ้า ความล้มเหลวของระบบติดต่อและการสื่อสาร และสาเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคาร
    • ผู้ใช้บริการไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์แก่ธนาคาร หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ หรือสัญญาอื่นใดที่ทำไว้กับธนาคาร
    • จำนวนเงินในบัญชีถูกยึด อายัด หรือถูกจำกัดการโอนหรือหักชำระเงินโดยบังคับของกฎหมาย
  10. การทำธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    ผู้ใช้บริการจะไม่ใช้ระบบให้บริการเพื่อการอันไม่ชอบด้วยกฎหมายใดๆ โดยธนาคารไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของธุรกรรมที่ขอใช้บริการ และธนาคารจะถือว่าธุรกรรมที่แจ้งใช้บริการดังกล่าวทั้งหมดชอบด้วยกฎหมาย แต่ธนาคารอาจปฏิเสธไม่ดำเนินการหรือระงับให้บริการ หรือยกเลิกบริการให้ได้ หากมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าเป็นการทำธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  11. การทำธุรกรรมโดยใช้เว็บไซต์ของระบบให้บริการเป็นองค์ประกอบของบริการอื่นๆ

    ผู้ใช้บริการจะไม่ใช้ระบบให้บริการเพื่อดัดแปลง ประยุกต์ใช้ หรือนำไปเป็นส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งอันเป็นช่องทางในการสร้างรายได้จากการเรียกเก็บค่าบริการ หรือนำไปเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจและบริการอื่นใดนอกเหนือไปจากการจัดการและธุรกรรมกับธนาคาร ธนาคารมีสิทธิ์ในการยกเลิกบริการโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหากมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่ามีการใช้ระบบให้บริการของธนาคารตามลักษณะดังกล่าว

  12. เหตุสุดวิสัย

    ในกรณีที่มีความผิดพลาด การแทรกแซง หรือความล่าช้าเกิดขึ้นเกี่ยวกับระบบให้บริการ อันเนื่องมาจากการกระทำ เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของธนาคาร ธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในบรรดาการสูญหาย หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการ หรือธุรกรรม หรือบุคคลอื่นใด เพราะเหตุดังกล่าว โดยเหตุดังกล่าวให้หมายความรวมถึง การขัดข้องของระบบโทรคมนาคม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และกฎระเบียบของหน่วยงานรัฐหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายด้วย

  13. การโอนสิทธิ์

    ธนาคารมีสิทธิ์จำหน่าย หรือโอนสิทธิ์และหน้าที่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่น ตามที่ธนาคารจะพิจารณาเห็นสมควร ธนาคารอาจจ้างช่วงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นใดปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับระบบให้บริการและตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้แทนก็ได้

    ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิ์โอนสิทธิ์และหน้าที่ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ให้แก่บุคคลอื่น

  14. การแยกส่วน

    ข้อความต่างๆ ในข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ จะปรับใช้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หากข้อความใดในข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย โดยผลของคำสั่งศาลที่มีเขตอำนาจในกรณีใดๆ ให้ความสมบูรณ์หรือความสามารถใช้บังคับได้ในกรณีอื่น และความสมบูรณ์ของข้อความอื่นที่เหลือ ไม่ได้รับผลกระทบหรือต้องเสื่อมเสียไปด้วย และธนาคารจะทำการปรับปรุงแก้ไขข้อความดังกล่าว เท่าที่จำเป็นเพื่อให้ข้อความดังกล่าวสามารถมีผลสมบูรณ์และใช้บังคับได้กับกรณีดังกล่าว

  15. การติดต่อเกี่ยวกับบริการ
    1. หากมีข้อผิดพลาดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี หรือพบว่ามีการทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านระบบให้บริการ ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบด้วยตนเองผ่านทาง ME Call Center 02-502-0000 หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ธนาคารทราบโดยเร็วที่สุด
    2. การร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับบริการนี้ ผู้ใช้บริการอาจแจ้งให้ธนาคารทราบทางโทรศัพท์ หรือส่งหนังสือไปยังธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 3000 ถนนพหลโยธิน จอมพล จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย (หรือตามที่อยู่อื่นใดซึ่งธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบเป็นครั้งคราวเพื่อการนี้)
    3. กรณีที่ธนาคารต้องการแจ้งข้อมูลให้ผู้ใช้บริการทราบ ธนาคารจะส่งข้อมูลไปตามที่อยู่ซึ่งผู้ใช้บริการให้ไว้กับธนาคารครั้งล่าสุดในการติดต่อเกี่ยวกับบัญชีของผู้ใช้บริการ
    4. เมื่อผู้ใช้บริการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือ e-mail หรือหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    5. บรรดาการติดต่อ สื่อสารเกี่ยวกับระบบให้บริการหรือบัญชีอาจส่งด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่ตามอีเมล์ หรือเบอร์โทรสาร ที่ผู้ใช้บริการได้แจ้งไว้แก่ธนาคาร หรืออาจส่งด้วยวิธีการอื่นใดที่ชอบด้วยกฎหมาย
  16. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไข

    ธนาคารอาจปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ได้เป็นครั้งคราว โดยแจ้งการปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงดังกล่าวลงในเว็บไซต์ของระบบให้บริการ โดยในกรณีที่เป็นการแก้ไขปรับปรุงทั่วไป ธนาคารจะแจ้งผู้ใช้บริการให้ทราบในเว็บไซต์เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนบังคับใช้ และในกรณีที่เป็นการแก้ไขปรับปรุงอันส่งผลให้ผู้ใช้บริการเสียผลประโยชน์หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ธนาคารจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนบังคับใช้ และผู้ใช้บริการมีสิทธิ์ในการใช้บริการโดยยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าว หรือยกเลิกการใช้บริการกับธนาคารได้ หากผู้ใช้บริการ ได้ทำการใช้บริการระบบให้บริการภายในสำหรับการธุรกรรมซึ่งมีการคิดค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายในอัตราใหม่ภายหลังที่มีการแจ้งการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถือเป็นการตกลงยอมรับปฏิบัติตามที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่มีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว

  17. การสิ้นสุด

    ธนาคารอาจยกเลิกการให้ใช้ระบบให้บริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในเวลาใดๆ ด้วยเหตุผลประการใดๆ โดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า รวมทั้งในกรณีที่ผู้ใช้บริการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ หรือกรณีที่
    ผู้ใช้บริการไม่ได้เข้าใช้ระบบให้บริการติดต่อกันเป็นเวลานาน
    ผู้ใช้บริการอาจยกเลิกสิทธิ์ใช้ระบบให้บริการโดยการแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นหนังสือ และผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ระบบให้ บริการอีกต่อไป
    ทั้งนี้ การสิ้นสุดระบบให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการ ไม่มีผลกระทบความรับผิดและหน้าที่ใดๆ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ต่อธุรกรรมที่ได้กระทำขึ้นก่อนการสิ้นสุดการให้ใช้ระบบให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการ

  18. กฎหมาย

    ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ อยู่ภายใต้ข้อบังคับและการตีความตามกฎหมายไทย การดำเนินคดีใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ให้ดำเนินการเฉพาะแต่ในประเทศไทย

บันทึกข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการบัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล

  1. การเปิดบัญชี
    1. เฉพาะบุคคลธรรมดา (ไม่รวมคณะบุคคล) สัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปี โดยชื่อบัญชีเงินฝาก ต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากโดยไม่อนุญาตให้ใช้ชื่ออื่นหรือนามแฝง
    2. ไม่มีการกำหนดยอดขั้นต่ำในการเปิดบัญชี
    3. ลูกค้า 1 ราย สามารถเปิดบัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล ได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น (ทุกสาขารวมกัน) หากลูกค้าทำการปิดบัญชีแล้วจะไม่สามารถเปิดบัญชีได้อีก
  2. อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
    1. อัตราดอกเบี้ย เป็นไปตามประกาศอัตราดอกเบี้ย สำหรับผลิตภัณฑ์ ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล
  3. การทำธุรกรรม

    การฝากเงิน สามารถฝากผ่าน:
    เครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติ (ADM)
    การโอนเข้าบัญชี โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการโอนของแต่ละธนาคาร
    ฝากเช็คที่สาขาของ ME
    ลูกค้าไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ที่สาขาของธนาคารทหารไทยที่ไม่ได้ให้บริการเกี่ยวกับ ME
    การถอนเงิน
    การถอนเงินออกจากบัญชี และการปิดบัญชี ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ โดยต้องทำการโอนเข้าบัญชีที่ผูกไว้ โดยจะต้องเป็นบัญชีที่เป็นของลูกค้า และเป็นชื่อเดียวกับชื่อของลูกค้า (ไม่เป็นบัญชีร่วม และ/หรือ)

  4. การจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก
    1. จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ภายในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม
    2. การหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด และกรณีที่ธนาคารหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ถ้าลูกค้าต้องการขอคืนภาษี ลูกค้าต้องดำเนินการขอคืนจากกรมสรรพากรด้วยตนเอง
  5. การโอนเงิน
    1. ในการทำธุรกรรมโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝาก ธนาคารจะแจ้งผลการทำธุรกรรมหรือส่งมอบใบบันทึกรายการให้แก่ผู้ฝากเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยธนาคารจะโอนเงินตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ฝากเงิน หากเกิดความผิดพลาดใดๆธนาคารจะรับผิดชอบสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินที่ระบุตามคำสั่งของธุรกรรมนั้น
    2. หากผู้ฝากเงินประสงค์จะยกเลิกข้อตกลงการใช้บริการโอนเงินกับธนาคาร ผู้ฝากเงินต้องดำเนินการปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร
    3. หากผู้ฝากเงินยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีร่วมกับผู้ฝากเงิน หรือใช้บัญชีของผู้ฝากเงินเพื่อรับโอนหรือถอนเงินในทางทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ผู้ฝากเงินต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริตนั้น
    4. ในกรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก ผู้ฝากเงินยินยอมให้ธนาคารใช้หลักเกณฑ์และขั้นตอนของธนาคารในการสอบสวน และดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาด
    5. ในกรณีมีข้อสงสัยหรือพบข้อผิดพลาดใดๆในการโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝาก ผู้ฝากเงินสามารถติดต่อธนาคารผ่านคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาเจ้าของบัญชี
  6. ค่าธรรมเนียม
    1. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี และค่าธรรมเนียมการโอนต่างธนาคารแบบ 1 วันทำการ (SMART) 2 ครั้งต่อเดือน
    2. ค่าธรรมเนียม บริการอื่นๆ จากการใช้บริการบัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมบริการที่ธนาคารยกเว้นให้แก่ลูกค้า ให้ถือตามประกาศอัตราค่าธรรมเนียมของธนาคาร
    3. เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมการโอน เป็นไปตามประกาศของธนาคาร
  7. ค้ำประกันสินเชื่อ
    1. ไม่สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  8. หลักเกณฑ์อื่นๆ
    1. เช็ค ดร๊าฟท์ หรือตราสารอื่นๆ ที่นำฝากเข้าบัญชี ธนาคารจะรับฝากไว้เพื่อการเรียกเก็บเท่านั้น การฝากเงินตามตราสารจะสมบูรณ์และผู้ฝากสามารถเบิกถอนได้ภายหลังธนาคารเรียกเก็บเงินตามตราสารดังกล่าวได้แล้ว
    2. ยอดเงินฝากในใบแสดงรายการจะถือว่าถูกต้อง เมื่อธนาคารได้ตรวจสอบว่าตรงกับบัญชีของธนาคารแล้ว
    3. กรณีผู้ฝากเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล ที่อยู่ จะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบทันที
    4. ไม่สามารถใช้เป็นบัญชีคู่โอนกับบัญชีเงินฝากประจำ กระแสรายวัน หรือ ตั๋วแลกเงินได้ และไม่สามารถนำไปใช้ในการทำธุรกรรมอื่นๆได้
    5. ไม่สามารถใช้บริการร่วมกับบัตร ATM/ บัตรเดบิต และบัตรทุกประเภท และไม่สามารถใช้บัญชีเพื่อทำธุรกรรมชำระค่าสาธารณูปโภค ชำระค่าสินค้าและบริการ ชำระเงินกู้ รวมถึงการสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้
    6. ไม่สามารถสับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ (switching) กับผลิตภัณฑ์เงินฝาก TMB ได้
    7. ธนาคารขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

การยืนยันและการเปลี่ยนแปลงสถานะ FATCA

  1. ท่านยืนยันว่า ข้อมูลที่ให้กับธนาคารเป็นความจริง ถูกต้อง และครบถ้วนสมบูรณ์
  2. ท่านรับทราบและตกลงว่า หากท่านมีสถานะเป็นบุคคลอเมริกัน แต่ข้อมูลที่ให้ตามแบบฟอร์มนี้ หรือตามแบบฟอร์ม W-9 เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB มีสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจแต่เพียงฝ่ายเดียวที่จะยุติความสัมพันธ์ทางการเงิน/ทางธุรกิจกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ตามที่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB เห็นสมควร
  3. ท่านตกลงที่จะแจ้งให้กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB ทราบและนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้แก่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB ภายใน 30 วัน หลังจากมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอันทำให้ข้อมูลของท่านที่ระบุในแบบฟอร์มนี้ไม่ถูกต้อง
  4. ท่านรับทราบและตกลงว่า ในกรณีที่ท่านไม่ได้ดำเนินการตามข้อ 3 ข้างต้น หรือมีการนำส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เกี่ยวกับสถานะของท่าน กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB มีสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจแต่เพียงฝ่ายเดียวที่จะยุติความสัมพันธ์ทางการเงิน/ทางธุรกิจกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ตามที่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB เห็นสมควร
  5. ท่านตกลงให้ความยินยอม ที่ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนแก่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB ในการดำเนินการดังต่อไปนี้
    1. เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ของท่านให้แก่บริษัทภายในกลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB (เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตาม FATCA) หน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง หน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของสหรัฐอเมริกา (Internal Revenue Service: IRS) ข้อมูลดังกล่าวรวมถึง ชื่อลูกค้า ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หมายเลขบัญชี สถานะตามหลักเกณฑ์เรื่อง FATCA (คือ เป็นผู้ปฏิบัติตาม หรือผู้ไม่ให้ความร่วมมือ) จำนวนเงินหรือมูลค่าคงเหลือในบัญชี การจ่ายเงินเข้า-ออกจากบัญชี รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี จำนวนเงิน ประเภทและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีอยู่กับกลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB ตลอดจนจำนวนรายได้ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการเงิน/ทางธุรกิจที่อาจถูกร้องขอโดยบริษัทภายในกลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB หน่วยงานทางภาษีอากรในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง IRS ด้วย
    2. หักเงินจากบัญชีของท่าน และ/หรือ เงินได้ที่ท่านได้รับจากหรือผ่านกลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB ในจำนวนที่กำหนดโดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง IRS ภายใต้บังคับของกฎหมาย และ/หรือ กฎเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงข้อตกลงใดๆ ระหว่างกลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB กับหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรดังกล่าว

    หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณาสถานะความเป็นบุคคลอเมริกัน (U.S. person) หรือข้อมูลที่จำเป็นต้องรายงานให้แก่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB หรือไม่สามารถจะขอให้ยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามการรายงานข้อมูลได้ กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB มีสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจแต่เพียงฝ่ายเดียวที่จะยุติความสัมพันธ์ทางการเงิน/ทางธุรกิจกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ตามที่กลุ่มธุรกิจการเงินของ TMB เห็นสมควร

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ ME PromptPay

ผู้ขอใช้บริการตกลงใช้บริการ ME PromptPay กับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ธนาคาร” ตามรายละเอียดการให้บริการที่ธนาคารกำหนด โดยตกลงผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังนี้

  1. ผู้ขอใช้บริการต้องส่งคำขอสมัครใช้บริการ ME PromptPay ให้กับธนาคารตามช่องทางและวิธีการที่ธนาคารกำหนดได้แก่ บริการอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (WWW.MEBYTMB.COM) หรือช่องทางอื่นใดที่ธนาคารจะกำหนดเพิ่มเติม โดยผู้ขอใช้บริการสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชน ตามข้อมูลที่มีอยู่ในระบบฐานข้อมูลลูกค้าของธนาคาร หรือกำหนดใช้ข้อมูลอื่นใดที่จะประกาศเพิ่มเติมในภายหน้า (ถ้ามี) เพื่อผูกกับบัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล ของผู้ขอใช้บริการที่มีอยู่กับธนาคาร ตามที่ธนาคารกำหนดและภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
    1. เลขประจำตัวประชาชน สามารถกำหนดใช้เพื่อผูกกับบัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล ได้เท่านั้น
    2. บัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล ที่จะถูกผูกกับบริการ ME PromptPay ต้องเป็นบัญชีที่ผู้ขอใช้บริการเป็นเจ้าของบัญชีคนเดียว (Individual) และไม่ใช่บัญชีเงินฝากที่ใช้เพื่อธุรกิจหรือการค้า เว้นแต่ธนาคารจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
    3. บัญชี ME บัญชีเงินฝากดิจิทัล ที่จะถูกผูกกับบริการ ME PromptPay ต้องไม่มีสถานะ ไม่เคลื่อนไหว, ปิดบัญชี หรือ ถูกอายัด
    4. เลขประจำตัวประชาชน ต้องยังไม่ถูกกำหนดใช้ผูกบริการ PromptPay กับบัญชีเงินฝากที่ผู้ขอใช้บริการมีอยู่กับสถาบันการเงินอื่น หากผู้ขอใช้บริการประสงค์จะผูกกับบัญชีเงินฝากของธนาคาร ผู้ขอใช้บริการ ต้องติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีเพื่อทำการยกเลิกรายการ PromptPay ที่ผูกกับบัญชีนั้นก่อน
  2. เมื่อธนาคารได้รับคำขอสมัครใช้บริการ ME PromptPay จากที่ผู้ขอใช้บริการสมัครผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการลงทะเบียน ME PromptPay มาแล้ว ธนาคารจะส่งข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบข้อมูลและลงทะเบียน ME PromptPay กับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการลงทะเบียน PromptPay ของบริษัทผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ระบบลงทะเบียน” โดยผู้ขอใช้บริการจะทราบผลการลงทะเบียนทันที ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ และ SMS หรือช่องทางอื่นใดที่ธนาคารจะกำหนดเพิ่มเติมแก่ผู้ขอใช้บริการเมื่อธนาคารได้ตรวจสอบข้อมูลและลงทะเบียนแล้วเสร็จ
  3. ผู้ขอใช้บริการขอรับรองว่า ข้อมูลตามที่ระบุในคำขอสมัครใช้บริการ ME PromptPay เป็นข้อมูลของผู้ขอใช้บริการที่เป็นปัจจุบันและถูกต้องตามจริงทุกประการ โดยผู้ขอใช้บริการมีสิทธิและความสามารถตามกฎหมายในการขอใช้บริการและการทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยอมรับผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
  4. ผู้ขอใช้บริการ ที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว สามารถใช้เลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่นที่ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะประกาศเพิ่มเติมในภายหน้า (ถ้ามี) แทนการระบุเลขที่บัญชีเงินฝากที่ถูกผูกกับ ME PromptPay นั้น เพื่อการรับโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก หรือ สามารถทำรายการโอนเงินไปยังผู้รับโอนอื่นที่ลงทะเบียนบริการ PromptPay กับบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น (เฉพาะรายการเงินโอนในประเทศ) โดยทั้งนี้ ต้องไม่เกินจำนวนวงเงินการทำธุรกรรมต่อครั้งและต่อวัน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
    1. ผู้ขอใช้บริการตกลงว่าการระบุหมายเลขโทรศัพท์เคลื่นที่หรือข้อมูลอื่นใดที่จะประกาศเพิ่มเติมในภายหน้า (ถ้ามี) ของผู้รับโอนเงินเป็นสาระสำคัญของคำขอโอน โดยธนาคารสามารถโอนเงินโดยไม่ต้องตรวจสอบชื่อผู้รับโอนเงิน หรือข้อมูลอื่นใดเพิ่มเติม และเมื่อธนาคารได้โอนเงินตามคำสั่งแล้ว ผู้ขอใช้บริการยอมรับว่าธนาคารได้ดำเนินการโอนเงินโดยถูกต้องตามคำสั่งของผู้ขอใช้บริการแล้ว
    2. ธนาคารจะทำการโอนเงินตามคำสั่งของผู้ขอใช้บริการเมื่อได้รับการยืนยันหรือลงนาม รวมถึงหักบัญชีเงินฝาก, ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี) ครบถ้วนแล้วเท่านั้น
    3. เมื่อธนาคารทำรายการโอนเงินตามคำสั่งของผู้ขอใช้บริการแล้ว ให้ถือว่าการโอนเงินนั้นมีผลสมบูรณ์ ทั้งนี้ ธนาคารไม่มีความรับผิดต่อผู้ขอใช้บริการหากธนาคารผู้รับโอนเงินแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการตามคำขอโอนเงินได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด เช่น สถานะบัญชีไม่เคลื่อนไหว, ปิดบัญชี หรือ ถูกอายัด เป็นต้น
    4. ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมรายการโอนเงิน ตามประกาศของธนาคาร
    5. ผู้ขอใช้บริการตกลงปฎิบัติตามข้อกำหนดภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทุกประการ
  5. ผู้ขอใช้บริการตกลงปฎิบัติตามเงื่อนไข กฎ ระเบียบ ของธนาคาร รวมทั้งที่ธนาคารจะกำหนดขึ้นในภายหน้าและ ของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่กำหนดไว้สำหรับการโอนเงินด้วยบริการ PromptPay ทุกประการ
  6. ผู้ขอใช้บริการยอมรับว่าการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากใดๆ หากได้มีการระบุหมายเลขโทรศัพท์เคลื่นที่ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะประกาศเพิ่มเติมในภายหน้า (ถ้ามี) ที่ผูกกับบัญชีเงินฝากนั้นแล้วย่อมมีผลเท่ากับเป็นการระบุเลขที่บัญชีเงินฝากและเป็นการทำธุรกรรมกับบัญชีเงินฝากนั้นๆ และมีผลผูกพันผู้ขอใช้บริการทุกประการ
  7. ผู้ขอใช้บริการต้องแจ้งขอยกเลิกการใช้ PromptPay กับธนาคารปลายทางทันที เมื่อผู้ขอใช้บริการไม่ใช้งานหรือมีการโอนหรือเปลี่ยนตัวผู้ครอบครองโทรศัพท์มือถือหมายเลขที่ได้ลงทะเบียนใช้บริการ PromptPay ดังกล่าว โดยธนาคารไม่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด
  8. ผู้ขอใช้บริการมีสิทธิยกเลิกการใช้บริการ ME PromptPay เมื่อใดก็ได้ โดยแจ้งให้ธนาคารทราบตามวิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
    1. บัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการ ME PromptPay ถูกปิด ไม่ว่าโดยผู้ขอใช้บริการ หรือโดยธนาคารเนื่องจากบัญชีถูกปรับสถานะเป็นบัญชีขาดการติดต่อ ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร หรือโดยบุคคลหรือเหตุอื่นใด
    2. มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการใช้บริการ ME PromptPay หรือบัญชีเงินฝากที่ถูกผูกกับบริการ ME PromptPay เพื่อหรือในกิจการที่อาจเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีลักษณะเป็นธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเป็นการฉ้อฉล หรือทุจริต หรือต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
    3. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งศาลหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
  9. ผู้ขอใช้บริการรับทราบว่าการขอตรวจสอบกรณีเกิดข้อผิดพลาดของรายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การโอนเงินผิดบัญชี (ไม่รวมกรณีที่สงสัยว่าเกิดจากการทุจริต) มีระยะเวลาการตรวจสอบและแจ้งผลแก่ผู้ขอใช้บริการตามการเปิดเผยกำหนดระยะเวลาดำเนินการของบริการทางการเงินต่างๆ ที่ธนาคารประกาศกำหนด
  10. ผู้ขอใช้บริการตกลงผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการนี้ รวมทั้งเงื่อนไขในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร และตกลงชำระค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการนี้ ตามที่ธนาคารกำหนดและแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบโดยประกาศเป็นการทั่วไปผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ และที่ธนาคารจะกำหนดขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงในภายหน้าตามที่ธนาคารเห็นสมควรทุกประการ โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ด้วย
  11. ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ อยู่ภายใต้บังคับและเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถูกผูกกับ ME PromptPay

มีเรื่องไหนที่คุณอยากรู้?
เราพร้อมช่วยคุณทุกวัน 24 ชม.

ME CALL CENTER : 02-502-0000

ME BOT วิดิโอสาธิตการใช้งาน