คำแนะนำด้านความปลอดภัย ME

TroJan and Malware

ย้อนกลับ
TroJan and Malware

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้  ME by TMB ได้ตระหนักถึงภัยจากโทรจันและไวรัสคอมพิวเตอร์ทั้งหลายซึ่งทางธนาคารฯ ได้พยายามตรวจสอบและเฝ้าระวังให้แก่ลูกค้าเสมอมา อย่างไรก็ตามทางธนาคารฯ ใคร่ขอแนะนำลูกค้าให้เพิ่มข้อสังเกตและระมัดระวังในการใช้งานดังต่อไปนี้

ทาง ME by TMB จะไม่มีการขอให้ลูกค้าใส่ OTP (One-Time Password) เพื่อทำการเข้าสู่ระบบโดยเด็ดขาด เพราะ OTP จะถูกใช้เมื่อลูกค้ามีการทำรายการธุรกรรม หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวเท่านั้น หากท่านพบว่าระบบแสดงหน้าจอให้กรอก OTP ทันทีหลังจากที่ท่านเข้าสู่ระบบ ให้ท่านทำการปิดเบราว์เซอร์และติดต่อธนาคารฯ ที่ ME Call Center หมายเลข 02-502-0000 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง และอย่าใช้ PC หรืออุปกรณ์ดังกล่าวในการเข้า ME by TMB

สำหรับผู้ใช้งาน ME by TMB ควรตรวจสอบข้อความใน SMS OTP ก่อนยืนยันการทำรายการทุกครั้งว่ารายละเอียด เช่น จำนวนเงิน และบัญชีปลายทางนั้น ใช่บัญชีที่ถูกต้องหรือไม่ หากท่านพบ SMS รายการที่ผิดปกติ ซึ่งท่านไม่ได้เป็นผู้ทำรายการดังกล่าว โปรดแจ้งที่หมายเลข โทรศัพท์ 02-502-0000 ทันที
ธนาคารฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยในการใช้งานบริการ ME by TMB ของท่านมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อปิดช่องว่างของการโจรกรรมไม่ว่าในรูปแบบใดๆ อยู่เสมอ รวมถึงการโจรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ไวรัสและโทรจัน ดังนั้นหากธนาคารฯ ตรวจพบว่าท่านเข้าสู่ระบบโดยต้องสงสัยว่าอาจติดไวรัสหรือโทรจัน

ธนาคารฯ ใคร่ขออนุญาตติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ท่านให้ไว้ในระบบเพื่อแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ติดต่อจะไม่มีการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับของลูกค้า เช่น ชื่อบัญชี ผู้ใช้บริการ รหัสผ่าน รหัสบัตร ATM หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต หรือหมายเลขบัตรประชาชนโดยเด็ดขาด การแจ้งเตือนเรื่องไวรัสมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพที่ธนาคารฯกระทำเพื่อปกป้องบัญชีของท่านอย่างดีที่สุด

รู้จักมัลแวร์ให้มากขึ้น

มัลแวร์คืออะไร?
ซอฟต์แวร์ทุกชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำการบางอย่างในคอมพิวเตอร์ โดยที่เจ้าของเครื่องไม่ได้อนุญาต และหลายๆ ครั้งที่เจ้าของเครื่องก็ไม่ทันได้รับรู้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนถูกมัลแวร์คุกคาม

มัลแวร์สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญโดยตรงจากคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือผ่านการใส่ข้อมูลผ่านคีย์บอร์ด มัลแวร์ยังสามารถส่ง e-mail ปลอมจากบัญชี e-mail ของคุณโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว ทั้งนี้ มัลแวร์จะยังทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลงอีกด้วย
มัลแวร์มาได้ในรูปแบบต่างๆ แต่ที่พบได้บ่อยได้แก่

ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus): โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นอันตราย การจู่โจมเครื่องคอมพิวเตอร์คล้ายเชื่อโรคไวรัส คือเข้าถึง และถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับความยินยอม และจะทำการคัดสำเนาตัวเอง เพื่อให้สามารถแพร่ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโดยอาจผ่านเครื่อข่ายหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์  โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์ไวรัสจะไม่ส่งผลก่อให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์โดยตรง แต่จะส่งผลต่อซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ได้

เวิร์ม (Worm): หรือหนอน เป็นรูปแบบหนึ่งของไวรัส แต่ทำลายระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุด แพร่กระจายผ่านระบบเครื่อข่าย เวิร์มบางประเภทสามารถแพร่ตัวเองไปสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้โดยอัตโนมัติและไม่ต้องอาศัยโปรแกรมอื่นๆ หรือรอให้ผู้ใช้งานรันโปรแกรมก่อน

คุณสมบัติพิเศษของเวิร์ม คือ สามารถแพร่กระจายตัวของมันเองได้ในโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องอาศัยโปรแกรมอื่นในการแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ผ่านทางเครือข่าย เวิร์มสามารถทำอันตรายให้กับระบบ เวิร์มบางประเภทสามารถแพร่กระจายตัวเองโดยที่ไม่ต้องอาศัยการช่วยเหลือจากผู้ใช้เลย หรือบางตัวก็อาจแพร่กระจายเมื่อผู้ใช้รันโปรแกรมบางโปรแกรม นอกจากความสามารถในการแพร่กระจายด้วยตัวเองแล้ว เวิร์มยังสามารถทำลายระบบได้อีกด้วย

สปายแวร์ (Spyware): โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่แอบสังเกตการณ์ และเก็บข้อมูลลักษณะการใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น จากนั้นจะทำการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังอาชญากรผู้เขียนโปรแกรมสปายแวร์ ข้อมูลที่ถูกขโมยนี้สามารถเป็นได้ตั้งแต่ข้อมูลเว็บไซต์ที่เข้าบ่อย จนถึงข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตหรือชื่อผู้ใช้และรหัส (User and password) ของบัญชีต่างๆ 

แอดแวร์ (Adware): เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำการแสดงสื่อโฆษณาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ แอดแวร์บางประเภทอาจมีการทำงานร่วมกันกับสปายแวร์ ทั้งนี้แอดแวร์ที่ว่าเป็นภัยมัลแวร์ที่รุกรานภาวะส่วนบุคคล

ม้าโทรจัน (Trojan Horse): แฝงตัวมาในรูปแอปพลิเคชันที่ดูเหมือนมีประโยชน์ (บางครั้งมีประโยชน์ และใช้งานได้จริงๆ) แต่โดยความเป็นจริงแล้ว แต่แท้จริงแล้วจะมีโปรแกรมแฝงมาเบื้องหลังทำงานพร้อมๆ กันกับเมื่อใช้โปรแกรมนี้ การทำงานเบื้องหลังสามารถส่งผลร้ายแก่คอมพิวเตอร์หรือผู้ใช้ในลักษณะเดียวกันกับไวรัสหรือสปายแวร์

ติดมัลแวร์ได้ย่างไร?
มัลแวร์ต่างๆ สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ ผ่านช่องทางการอินเตอร์เฟซข้อมูลต่างๆ ที่พบได้มากมาจากลักษณะดังต่อไปนี้

  • 1. มากับโปรแกรมซอฟต์แวร์ ทั้งที่เป็นซอฟต์แวร์ดาวน์โหลดฟรี หรือซอฟแวร์ที่ถูกต้องแต่แอบมีการติดตั้งมัลแวร์เข้าไป
  • 2. มากับไฟล์ข้อมูลต่างๆ ทั้งจาก อินเตอร์เน็ต, e-mail หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลต่างๆ (เช่น Flash Drive, External hard disk)
  • 3. มาจากการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ประสงค์ดี  เว็บไซต์เหล่านี้มีจุดประสงค์จะแพร่มัลแวร์ จึงมีการหลอกให้ผู้เข้าชมติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้หลอกให้คลิกบนหน้าต่างปลอมเพื่อให้คอมพิวเตอร์ดาวน์โหลดสปายแวร์

ป้องกันมัลแวร์ได้อย่างไร

ในเบื้องต้น ท่านสามารถป้องกันมัลแวร์ได้โดย

  • 1. ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง และหมั่นอัพเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ
  • 2. ถ้าเป็นไปได้ ควรใช้บัญชีที่ไม่ใช่บัญชีผู้ดูแลระบบ (Administrator Account)
  • 3. พิจารณาให้รอบคอบก่อนคลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดอะไรก็ตาม
  • 4. ระมัดระวังเกี่ยวกับการเปิดไฟล์หรือรูปภาพที่แนบมากับทาง e-mail
  • 5. จำกัดการแชร์ไฟล์ เช่น ภาพยนตร์ อัลบั้ม เกม หรือโปรแกรมยอดนิยม 
  • 6. ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส (Anti Virus software)

สำหรับท่านที่ใช้โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ท่านสามารถใช้โปรแกรม Microsoft Security Essentials เพื่อช่วยในการป้องกันไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์อันตรายอื่นๆ 
Microsoft Security Essentials ให้บริการฟรี* และสามารถดาวน์โหลดได้ที่
http://windows.microsoft.com/th-th/windows/security-essentials-download

มีเรื่องไหนที่คุณอยากรู้?
เราพร้อมช่วยคุณทุกวัน 24 ชม.

ME CALL CENTER : 02-502-0000

ME BOT วีดีโอวิธีการสมัคร