Blog ME

3 นิสัยการออมเงินแบบผิดๆ ที่ทำให้คุณรวยช้า

ย้อนกลับ
3 นิสัยการออมเงินแบบผิดๆ ที่ทำให้คุณรวยช้า

วันนี้ FINSTREET เลยจะชวนคุณมาเปลี่ยนนิสัยการออมเงินแบบผิดๆ ที่ทำให้คุณรวยช้า จะได้เปลี่ยนมาเป็น #ทำน้อยได้เยอะ กันครับ

ส่วนใครที่อ่านโพสต์เเล้วอยากเก็บออมอย่างเดียว การหาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่เงินของคุณจะได้คงมูลค่าเดิมไว้
และมูลค่าไม่ลดลงตามกาลเวลานั่นเอง ซึ่งจากข้อมูลการสรุปประมาณการ เศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยข้อมูลเดือนมีนาคม 2562 ที่ประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2561-2563 พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1% ต่อปี ดังนั้นใครที่กำลังมองหาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อย่าลืมมองหาบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า #อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อย่างน้อยๆ 1% ต่อปีกันด้วยนะครับ

และสำหรับใครที่ไม่รู้จะเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไหนดี ให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากชนะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน #FINSTREET ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ ME by TMB บัญชีที่ให้ผลตอบแทน 1.7% ต่อปี
หรือเทียบผลตอบเเทนเท่ากับ 4.5 เท่า ของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป

นิสัยการเก็บออมแบบไหนบ้างที่ทำให้คุณรวยช้า เเละควรต้องเปลี่ยน ติดตามกันได้ในโพสต์นี้เลยครับ

1.ใช้ก่อน เหลือค่อยเก็บ

FIN 1

เรื่องที่หลายๆคนรู้ทั้งรู้ แต่ทำไม่ได้ คงหนี้ไม่พ้นการได้เงินมาใช้ก่อน เก็บทีหลัง ซึ่งเป็นนิสัยที่ไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำให้คุณไม่มีวินัยในการใช้เงินแล้ว ยังทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย ซึ่งวันนี้ FINSTREET ก็มีเคล็ดลับที่จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนออมก่อนใช้ได้มาฝากกัน ดังนี้ครับ

“ หักเงินเข้าบัญชีที่ไม่ทำบัตร ATM” : ใครที่ใจอ่อนกับตัวเองบ่อยๆ ต้องวิธีนี้เลย เพราะหากหักเงินเก็บเข้าบัญชีที่ไม่ทำบัตร ATM การจะถอนเงินออกแต่ละครั้งก็จะเป็นเรื่องยากเเละจะบังคับคุณให้ไม่ใช้เงินในส่วนนั้นไปโดยปริยาย

“ ได้มาเท่าไหร่ หักออก 10 เท่าของน้ำหนักตัว” : วิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นการหักออมแบบ #เก็บภาษีน้ำหนักตัวเอง

สำหรับจำนวนที่ต้องเก็บ เพียงนำตัวเลขน้ำหนักปัจจุบันของคุณ x10 แค่นี้ก็จะได้จำนวน เงินที่คุณต้องหักไว้ออมต่อเดือนเเล้วครับ สำหรับใครที่อยากรู้ว่าถ้าออมตามน้ำหนักตัวเเล้ว 1 ปี 5 ปี จะได้เงินก้อนเท่าไหร่ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

2.เก็บเงินสดทั้งหมดไว้ที่บ้าน

FIN 2

ใครที่กำลังเก็บแบบนี้อยู่ต้องรีบปรับตัว กระจายเงินออมไปเก็บหลายๆที่ หลายๆสินทรัพย์เลยครับ เพราะเงินสดของคุณจะถูกโจมตีด้วย

#เงินเฟ้อ และเงินก้อนนั้นจะมีมูลค่าลดลงตามกาลเวลาอย่างแน่นอน ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เมื่อสิบปีที่แล้วคุณอาจซื้อข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวได้ในราคาจานละ 15 บาท แต่ในปัจจุบันอาจต้องใช้เงินถึง 50 บาทในการซื้อ ซึ่งหากคุณไม่ต้องการให้มูลค่าของเงินลดลงตามกาลเวลา สิ่งที่ควรทำ คือ การเก็บเงินสดไว้กับตัวเท่าที่จำเป็น และส่วนที่เหลือกระจายออกไปออมในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง และลงทุน เพื่อให้อัตราผลตอบแทนรายปีสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

ซึ่งจากสรุปประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยข้อมูลเดือนมีนาคม 2562 ที่ประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2561-2563 พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1% ต่อปี แต่โดยทั่วไปแล้วนักเศรษฐศาสตร์ก็แนะนำว่าควรเกิน 3% ต่อปีนั่นเองครับ

ดังนั้นเวลาจะแบ่งเงินไปเก็บที่ไหน ก็อย่าลืมดูดีๆให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อด้วยนะครับ

อ้างอิงข้อมูลอัตราเงินเฟ้อhttps://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/MonetPolicyComittee/MPR/Pages/default.aspx

3.เก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ

FIN 3

เนื่องจากเงินสำรองฉุกเฉิน คือ เงินที่อาจต้องถูกหยิบออกมาใช้ตลอดเวลา ทำให้หลายๆคนเลือกจะเก็บเงินไว้ในบัญชีที่ใช้สะดวก แต่จริงๆเเล้ว อาจทำให้คุณเสียประโยชน์อยู่ก็ได้ครับ เพราะผลตอบแทนที่คุณได้รับอาจได้น้อย และอาจน้อยกว่า #อัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าของเงินลดลงไม่ต่างจากการเก็บเงินสดไว้ที่บ้านเฉยๆ ดังนั้นควรเลือกฝากเงินกับบัญชีฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงด้วยนะครับ

FIN 4

บัญชีเงินฝาก ME SAVE ดอกเบี้ยสูง 1.7% !

ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สอบถามรายละเอียดสามารถดูได้ที่ลิงก์นี้ https://www.mebytmb.com/me-save/account หรือโทร. 02 502 0000 ได้เลยครับ

#ทำน้อยได้เยอะ #MEbyTMB #MEbyTMBxFINSTREET

Facebook : FINSTREET

Url: https://www.facebook.com/FinstreetOfficial/posts/747706059013876

มีเรื่องไหนที่คุณอยากรู้?
เราพร้อมช่วยคุณทุกวัน 24 ชม.

ME CALL CENTER : 02-502-0000

ME BOT วีดีโอวิธีการสมัคร