Blog ME

อย่าเป็นคนสุดท้ายที่รู้จัก Digital Banking

ย้อนกลับ
อย่าเป็นคนสุดท้ายที่รู้จัก Digital Banking

ตื่นนอนขึ้นมาปุ๊ป สิ่งแรกที่คุณทำคืออะไร ?

ถ้าคำตอบของคุณคือ การหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา Chat, ดูความเคลื่อนไหวของสังคมโซเชียลฯ, เช็คอีเมล, อ่านข่าว ฯลฯ นั่นก็ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณแล้ว

               ในยุคเดิมที่เราก้าวเท้าออกจากบ้านไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อจับจ่ายเสื้อผ้าสีสันสวยงาม นาฬิกาฯลฯ จนเข้าสู่ยุคการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์, Facebook, Instagram หรืองัดของสภาพดีไม่ใช้แล้วมากลายเป็นผู้ขายสินค้ามือสองบนโลกออนไลน์แค่ปลายนิ้วสัมผัส

                “โลกการเงินการธนาคาร” ก็เช่นเดียวกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบไปธนาคารเพื่อต่อคิวยาวเหยียดกรอกแบบฟอร์มเอกสารฝาก ถอน หรือโอนเงิน จนกระทั่งธนาคารที่เราๆ ไปทุกวันนี้ ถูกย่อส่วนมาอยู่บนอินเทอร์เน็ตโดยมีเครื่องมืออย่าง คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต หรือสมาร์ทโฟน แตะหน้าจอหรือคลิกไม่กี่ครั้งก็สามารถทำธุรกรรมการเงินให้เสร็จได้ภายในเวลาอันสั้น

 

ใครจะเชื่อว่า “virtual Banking” หรือธนาคารเสมือน จะเกิดขึ้นจริง

               นั่นสิครับ ถ้าย้อนไปสัก 10 ปีก่อนใครจะไปเชื่อว่า “ธนาคารเสมือน” รูปแบบการจัดการทางการเงินที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงได้ทันทีจะมีจริง แต่ทุกวันนี้เราสามารถทำธุรกรรมโดยผ่านช่องทาง Internet Banking และ Mobile Banking เช่นเดียวกับผู้คนจากทั่วโลกที่หันมาใช้เพิ่มมากขึ้นอยู่ทุกวัน คุณสามารถหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็คยอดเงิน ชำระค่าบัตรเครดิตในระหว่างที่คุณนั่งอยู่บนรถเพื่อไปทำงาน หรือส่งเอกสารทำเรื่องขอยื่นกู้ด้วยการกรอกข้อมูลออนไลน์  ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนวิถีเป็นยุค Digital Banking อย่างเต็มตัวเลยละครับ

 

ทำไม “Digital Banking” ยิ่งเติบโต ?

               ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ตัวเลขการใช้บริการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ Mobile Banking และ Internet Banking ณ สิ้นปี 2558 ที่ผ่านมา มีปริมาณการทำธุรกรรมยอดรวมทั้งสิ้น 29.71 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 17.1 ล้านรายการ หรือเพิ่มขึ้นถึง 135.42%

               นั่นแสดงให้เห็นว่า อินเทอร์เน็ต กับ สมาร์ทโฟน กลายเป็นของคู่กันและเป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงแค่โลกของธนาคารเท่านั้นที่ต้องปรับตัว ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น SEVEN BANK ในประเทศญี่ปุ่น เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่ไม่มีแม้กระทั่งสาขา แต่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้ตลอดเวลา และให้ค่าธรรมเนียมการโอนถูกกว่าการโอนผ่านธนาคารพาณิชย์ทั่วไป  โดยไม่ต้องมีสมุดเงินฝาก และทุกๆ การทำธุรกรรมสามารถทำได้ด้วยตนเองเพียงแค่ผ่านอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน และตู้เอทีเอ็มที่รองรับ

               สำหรับประเทศไทยมีหลายธนาคารที่ขานรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ต่างคิดค้นเพื่อให้ผลิตภันณ์และระบบที่เร่งกำลังพัฒนาตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลและแบรนด์เป็นที่จดจำในที่สุด

 

ข้อดีในแง่ “ผู้บริโภค” จะได้ประโยชน์อะไรจาก “Digital Banking”

               ข้อแรก ผมเห็นประโยชน์จากรูปแบบการจัดการเงิน คือ ความสะดวก สบายกว่าในความคุ้มค่าเรื่อง “เวลา” เพราะคุณไม่ต้องเข้าแถวรอคิวนานหลายนาที ไหนจะเสียเวลาเดินทางไป-กลับสาขาอีกด้วย

               ข้อสอง จะโอน ถอน ฝาก ไม่ต้องกรอกเอกสารแบบฟอร์มใดๆ  อยากฝากชื่อใครก็แค่คลิก คลิก

               และข้อสาม คุณสามารถสั่งซื้อสินค้า และชำระค่าใช้จ่ายได้ทันที แถมหากเป็นการทำธุรกรรมในธนาคารเดียวกัน “ค่าธรรมเนียม” ก็ไม่เป็นปัญหาที่ต้องกังวลอีกต่อไป

               แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเข้ามาของ “Digital Banking” ของบรรดาธนาคารต่างๆ คงไม่ทำให้สาขาธนาคารที่มีอยู่ไร้คนไปใช้บริการ แต่ธนาคารย่อมมีการปรับตัวพัฒนาทั้งเทคโนโลยีและบริการรูปแบบอื่นๆ

 

ขอให้คุณจับตามองดีๆ ในอนาคต “Digital Banking”  จะยิ่งเติบโตจนคุณอาจทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ธรรมดาอีกเลยก็ได้ งานนี้เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิต การรู้เท่าทันย่อมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลที่นับวันจะยิ่งก้าวไปไกลเลยทีเดียว

               เมื่อรู้จักกับ Digital Banking มากขึ้นกันแล้ว ในครั้งหน้าผมจะมีเรื่อง “Crowdfunding” การหาเงินทุนบนโลกออนไลน์ สำหรับคนไอเดียเจ๋ง มาเล่าเป็นความรู้ อย่าลืมมาติดตามกันนะครับ

มีเรื่องไหนที่คุณอยากรู้?
เราพร้อมช่วยคุณทุกวัน 24 ชม.

ME CALL CENTER : 02-502-0000

ME BOT วิดิโอสาธิตการใช้งาน